ถ้าออนไลน์จะขายดีขนาดนี้ ยังต้องมีหน้าร้านอยู่ไหม?

ทุกวันนี้ชีวิตประจำวันของเราทุกคนแทบจะอยู่บนโลกออนไลน์เกือบ 100% แล้ว ตัวอย่างเช่น ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ พากันปรับกลยุทธ์เพื่อให้อยู่รอดในยุคแห่งดิจิทัลนี้ อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ก็เริ่มปรับสาขาต่างๆ ให้ใช้พนักงานลดลง รวมถึงแอปพลิเคชันของธนาคารต่างๆ ที่ทำให้เราไม่ต้องไปสาขาธนาคารเลยด้วยซ้ำเพราะไม่ว่าจะโอน จ่าย ต่างๆ ก็สามารถทำได้

ทีนี้คนทำธุรกิจก็คงสงสัยกันว่า แล้วอย่างนี้หน้าร้านยังจำเป็นต้องมีอยู่หรือไม่หากโลกเปลี่ยนไปขนาดนี้ แล้วออนไลน์ก็สะดวกรวมถึงคนไทยเริ่มหันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากกว่าเดิมอย่างมาก เราจึงจะขอแยกเรื่องนี้ออกเป็น 2 ประเด็นหลักๆ คือประเด็นแรก “เหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน” กับประเด็นที่สอง “เหตุผลที่ต้องมีหน้าร้าน” ไปดูกันว่า 2 ประเด็นนี้มีอะไรที่เหมือนและต่างกันบ้าง

ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน
คุณคงเห็นตัวอย่างมากมายจากเจ้าของธุรกิจที่เติบโตมาจากออนไลน์และประสบความสำเร็จกันเสียด้วย ซึ่งหากคุณเป็นเจ้าของหรือกำลังริเริ่มที่จะทำธุรกิจซึ่งเริ่มมาจากฝั่งออนไลน์นั้น หน้าร้านก็ดูจะไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสินค้าที่คุณเลือกนำมาขายด้วย แต่ทว่าในปัจจุบันสินค้าแทบจะทุกประเภทก็สามารถขายผ่านทางออนไลน์ได้ทั้งสิ้น โดยใช้ช่องทางอย่าง โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ เป็นต้น

นอกเหนือจากธุรกิจที่เริ่มมาจากฝั่งออนไลน์แล้ว ธุรกิจที่เคยมีหน้าร้านบางประเภทก็สามารถปิดหน้าร้านแล้วหันมาทางฝั่งออนไลน์ได้อย่างเดียวหากคุณได้ทำการวัดผลมาแล้ว เหตุเพราะการมีหน้าร้านนั้นเราจะต้องมีต้นทุนที่จ่ายอยู่ทุกๆ เดือน ไหนจะค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงาน ฯลฯ แต่การทำธุรกิจบนฝั่งออนไลน์ก็ใช่ว่าจะไม่มีต้นทุนใดๆ เลย คุณยังคงต้องเสียเงินค่าโฆษณา และอื่นๆ อีกเช่นกัน แต่ดีกว่าตรงที่คุณสามารถนำสินค้าส่งตรงไปถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากหน้าร้านที่คุณทำได้เพียงรอลูกค้าเดินเข้ามาหาเท่านั้น โดยประเภทธุรกิจที่ส่วนมากจะโยกย้ายจากการมีหน้าร้านมาทำออนไลน์เต็มตัว ก็จะเป็นธุรกิจในหมวดของ แฟชั่น ความงาม หรือแม้แต่ธุรกิจอาหารบางประเภทก็หันมาทำการตลาดบนออนไลน์ได้เช่นกัน

จำเป็นต้องมีหน้าร้าน
แม้ว่าออนไลน์จะมอบความสำเร็จให้กับผู้คนมากมายแต่หน้าร้านก็ยังจำเป็นในฐานะสถานที่ ซึ่งให้ลูกค้าของคุณได้เข้ามาเห็นสินค้าจริงๆ และดูสภาพสินค้าตัวจริงพร้อมตัดสินใจซื้อได้ทันที คุณมีโอกาสในการต้อนรับลูกค้าด้วยตัวคุณเอง สำหรับธุรกิจที่ยังคงจำเป็นต้องมีหน้าร้านอยู่นั้น ก็จะเป็นธุรกิจในกลุ่มของการบริการต่างๆ รวมถึงร้านอาหารที่คุณใช้ช่องทางออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์และดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาที่หน้าร้านได้ รวมทั้งธุรกิจเก่าแก่ที่มีฐานลูกค้าซึ่งเข้ามาที่หน้าร้านเป็นประจำและยังคงทำกำไรจากหน้าร้านได้เป็นอย่างดี ธุรกิจซ่อมบำรุงต่างๆ ไม่ว่าจะรับซ่อมคอมพิเตอร์ มือถือ สปากระเป๋า ฯลฯ เพราะลูกค้ายังคงต้องการความเชื่อมั่นที่ร้านของคุณมีตำแหน่งที่ตั้งที่ชัดเจนสามารถติดตามสินค้าหรือของที่พวกเขานำมาฝากซ่อมได้

ดังที่กล่าวไปใน 2 หัวข้อ สรุปได้ว่าแท้จริงแล้ว เราไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่าธุรกิจนี้ควรมีหน้าร้าน ธุรกิจนั้นไม่ควรมีหน้าร้าน เหตุเพราะเราต้องดูองค์ประกอบอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุน กำไร ชื่อเสียง ประเภทสินค้าบริการ รวมทั้งจุดประสงค์ของเจ้าของร้านเอง แต่บทความนี้จะสามารถเป็นแนวทางให้คนเริ่มทำธุรกิจได้ศึกษาและคิดอย่างถี่ถ้วนถึงการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ เพราะอย่าลืมว่าการไม่มีหน้าร้านไม่ใช่ว่าคุณไม่มีต้นทุน การทำการตลาดดิจิทัลนั้นมีค่าใช้จากหลายส่วนที่นอกเหนือจากค่าโฆษณา และแพลตฟอร์มสำหรับออนไลน์ก็ไม่ได้มีเพียง Facebook เพียงอย่างเดียว อย่างที่เราแนะนำเสมอว่าการทำการตลาดดิจิทัลนั้นควรทำไปพร้อมๆ กันหลายๆ ส่วน อย่างฝั่งโซเชียลมีเดีย ถ้าเป็นไปได้ก็ควรทำทั้ง Facebook, Instagram, Twitter และ Youtube ฝั่งเว็บไซต์ก็ควรมีหน้าเว็บไซต์ทางการของทางร้าน และการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับรวมถึงทำโฆษณา Google อีกด้วย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องอาศัยความเข้าใจในการดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง