เคล็ดลับทำโซเชียลมีเดียยังไงให้รุ่ง สำหรับคนทำธุรกิจความงาม

“ความงาม” อุตสาหกรรมที่เรียกได้ว่าอยู่คู่ชาวโลกมาอย่างยาวนานนับร้อยปี เป็นธุรกิจที่ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แต่ในโลกปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง แน่นอนว่าเราคงไม่ได้จะไปแข่งกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเพราะแค่แบรนด์บิวตี้ SME ก็มีมากมายจนนับชื่อกันไม่ถูกแล้ว

อย่างไรก็ตามคุณจะเห็นได้ว่าแบรนด์ที่อยู่รอด กับแบรนด์ที่มาปุ๊ปไปปั๊ปนั้นเขามีการบริหารจัดการต่างกันอย่างไร สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือ “โซเชียลมีเดีย” บทความนี้เราจึงจะขอหยิบเอาวิธีการทำโซเชียลมีเดียที่จะช่วยยกระดับแบรนด์สินค้าความงามของคุณมาฝากกัน ลองไปดูว่าสิ่งที่เราจะบอกต่อไปด้านล่างนี้มีข้อไหนที่คุณทำหรือยังไม่ทำกันบ้าง

How To และ Tutorials

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมวิดีโอจำพวกสอนแต่งหน้า สอนใช้เครื่องสำอางความงามต่างๆ ถึงได้เป็นที่นิยมนัก ก็เพราะว่าสินค้าบางตัวก็เป็นเรื่องยากของใครหลายคน (ใช้ไม่เป็น ไม่รู้จะเลือกอย่างไร) แต่ส่วนมากคอนเทนต์เหล่านี้มักจะมาจากผู้ใช้ที่ลองผิดลองถูก พอชำนาญหน่อยก็มาทำคลิปต่างๆ จนมียอดไลก์ แชร์มหาศาล เราในฐานะแบรนด์จึงไม่ควรมองข้ามการใช้ประโยชน์คอนเทนต์จากคนกลุ่มนี้

เพราะเมื่อคุณเลือกที่จะเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่ลูกค้าก่อน สินค้าของคุณก็จะยิ่งเข้าถึงพวกเขาได้มากขึ้น ดูใช้งานง่ายขึ้น จับต้องได้มากยิ่งขึ้น แต่ความสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดังนั้นหากจะเริ่มทำคอนเทนต์ประเภทนี้ควรจะทำอย่างสม่ำเสมอสลับกับคอนเทนต์ให้ความรู้อื่นๆ ก็จะช่วยให้โซเชียลมีเดียของแบรนด์มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นได้

โพสต์ส่วนตัว = รีวิวชั้นดี

บางทีการจะไปขอให้ลูกค้ารีวิวสินค้าให้กับเราก็อาจเป็นการรบกวนพวกเขามากจนเกินไป แต่อีกหนึ่งวิธีที่แบรนด์ SME ส่วนใหญ่เลือกใช้นั่นคือ การ Re-Post จากโพสต์ส่วนตัวของลูกค้า แล้วจะไปรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าโพสต์ตอนไหน? เรื่องนี้ง่ายนิดเดียวถ้าคุณตั้งระบบ Hashtag เอาไว้ อาจจะกำหนด Hashtag ประจำสินค้าหรือแบรนด์ไปเลย ไม่ก็ลองค้นหาด้วยชื่อแบรนด์ก็จะช่วยให้คุณเห็นโพสต์ต่างๆ ที่ผู้คนลงและกล่าวถึง จากนั้นก็นำมา Re-Post บนหน้าเพจแบรนด์(อย่าลืมให้เครดิตเจ้าของภาพด้วยล่ะ) หรือจะให้ดีขออนุญาตลูกค้าก่อนก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าใหม่ๆ ได้

อย่ามองข้ามพลังของ Influencer

เป็นความจริงที่ว่าค่าตัวของเหล่าคนดังบนโซเชียลมเดียนั้นเล่นเอาแบรนด์ใหม่ๆ ที่งบไม่มากถึงกับเหงื่อตกได้ แต่ถ้าคุณเลือกที่จะไม่ใช้พวกเขาเลยซะทีเดียวเราก็ไม่แนะนำ เพราะอย่างไรเสียฐานคนติดตามพวกเขาก็ยังมีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของคุณได้ เพียงแต่คุณอาจต้องเลือก Influencer ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือสินค้าของคุณก็เท่านั้น

ความแตกต่างคือชัยชนะ

จะรองพื้น ลิปสติก ครีมบำรุง ฯลฯ ใครๆ ก็ผลิตได้ ความจริงอันโหดร้ายของโลกธุรกิจในปัจจุบันคือใครๆ ก็เป็นเจ้าของแบรนด์ได้ ดังนั้นความแตกต่างคือสิ่งเดียวที่จะทำให้แบรนด์สินค้าของเราได้เปรียบคู่แข่ง แต่ความแตกต่างที่ว่าจะต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้และเป็นความจริงที่ไม่เวอร์จนเกินไป อย่างเช่นลิปสติกของคุณนอกจากจะให้สีสันที่สดแล้วยังช่วยบำรุงปากไม่ทำให้ปากดำ กันยูวีได้ อะไรทำนองนี้และเมื่อรู้ว่าเราแตกต่างจากเจ้าอื่นอย่างไรแล้ว ก็สามารถนำเอาข้อแตกต่างนั่นล่ะมาเป็นจุดขายของสินค้าซะเลย

ทำโฆษณา

ต่อให้คุณทำคอนเทนต์ดีสักแค่ไหนถ้าไม่ซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ โอกาสให้ลูกค้าหรือแม้แต่คนที่ติดตามเพจของคุณเห็นโพสต์นั้นก็เป็นไปได้ยาก อย่างที่เราทราบกันดีว่าแพลตฟอร์มต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอโดยเฉพาะ Facebook ดังนั้นจงอย่าลืมที่จะแบ่งงบการตลาดสำหรับทำแคมเปญโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเอาไว้ด้วย

อย่างไรก็ดีหากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์มือใหม่ที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่สังเวียนการตลาดดิจิทัลล่ะก็ การศึกษาทำความเข้าใจเรื่องการตลาดดิจิทัลเอาไว้ก็จะช่วยให้คุณทำธุรกิจได้ราบรื่นยิ่งขึ้น มีกลยุทธิ์ ทางหนีทีไล่ในการปรับตัวอย่างรวดเร็วได้ที่สำคัญโลกทุกวันนี้แค่เข้ายูทูบ ก็มีคนมาสอนให้คุณแบบฟรีๆ แล้ว

Leave a Reply