“ลิขสิทธิ์เพลง” เข้าใจง่ายๆ พร้อมเทคนิคโหลดเพลงอย่างไรไม่ให้โดนแบน

คอนเทนต์ใดก็ไม่สู้วิดีโอ! ทุกวันนี้ใครไม่ปรับตัวมาทำวิดีโอให้มากขึ้นเห็นทีจะอยู่ยาก แต่เรามักจะได้ยินคนที่เริ่มทำวิดีโอหลายต่อหลายคนเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์เพลง หลากหลายคำถามหลั่งไหลเข้ามาอย่างเช่น เราจะใช้เพลงนี้ได้ไหม แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเพลงไหนมีลิขสิทธิ์ ฯลฯ วันนี้เราจึงขออธิบายโดยสรุปถึงคำว่าลิขสิทธิ์พร้อมเทคนิคการโหลดเพลงจากแหล่งที่คุณจะสามารถโหลดเพลงแบบไม่มีลิขสิทธิ์มาใช้ได้ หลังจากนี้จะได้ไม่ต้องโดน Facebook บล็อกไม่ให้ลงวิดีโอในเพจเนื่องจากทำผิดกฎอีกต่อไป

ลิขสิทธิ์เพลงคืออะไร ใครเป็นเจ้าของ
“ลิขสิทธิ์” เข้าใจง่ายๆ ก็คือการประกาศตัวอย่างทางการว่าเป็นเจ้าของสิ่งๆ หนึ่ง สำหรับเจ้าของเพลงนั้นหากเป็นเพลงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คุณก็คงรู้ได้ไม่ยากว่าเจ้าของคือใครแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็คือค่ายเพลงนั่นเอง แต่ก็มีศิลปินบางกลุ่มที่เขียนเพลงเอง แต่งทำนอง เนื้อร้อง ไปจนถึงร้องเองแล้วจดลิขสิทธิ์ของตัวเอง ดังนั้นคนจึงไม่นิยมใช้เพลงที่มีเนื้อร้องประกอบเพราะรู้ชัดว่าเกือบทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเพลงที่มีลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น

เพลงที่มีลิขสิทธิ์นำมาใช้ได้ไหม
หากพูดในหลักความเป็นจริงตามกฎหมายแล้ว “ใช้ได้” ในกรณีที่คุณซื้อลิขสิทธิ์เพลงนั้นหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เรามักเห็น Yotuber หลายคนนำเอาเพลงดังๆ ไปใช้แต่ใส่เพียงท่อนสั้นๆ แบบนั้นถามว่าผิดหรือไม่ คำตอบก็คงยังเป็นเช่นเดิมคือ “ผิดลิขสิทธิ์” อย่างแน่นอน แต่เหตุผลที่พวกเขายังสามารถใช้ได้นั้นก็เป็นเพราะทางค่ายเพลงหรือเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นคงไม่มาเสียทั้งเงินและเวลาในการตรวจจับเรื่องเหล่านี้ และอีกหนึ่งองค์ประกอบคือการที่พวก Youtuber เหล่านั้นนำเพลงท่อนสั้นๆ ไปใช้ก็เพียงแค่ประกอบภาพสั้นๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการนำเพลงดังกล่าวมาสร้างรายได้โดยตรง แต่อย่างใด ยังย้ำเหมือนเดิมว่าผิดลิขสิทธิ์อยู่ดี

 

ตัดเสียงร้องออกแล้วนี่ ยังผิดอีกหรอ
เพราะคำว่าลิขสิทธิ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพลงที่มีเสียงร้อง แม้แต่เพลงบรรเลงก็สามารถมีลิขสิทธิ์ได้เช่นกันหากผู้แต่งเป็นคนคิดมันขึ้นมาแต่แรกและยิ่งถ้าเป็นเพลงดังๆ หรือเพลงจากค่ายเพลงต่างๆ ล่ะก็ ลิขสิทธิ์มันครอบคลุมไปตั้งแต่ คำร้อง ทำนองด้วย

แหล่งดาวน์โหลดเพลงฟรี
ง่ายที่สุดสำหรับคนเริ่มทำวิดีโอแล้วต้องการหาดนตรีประกอบคลิปก็จะใช้ Youtube Audio Library ที่มีดนตรีบรรเลงให้เลือกมากมายโดยทั้งหมดในนั้นคุณสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องกลัวเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ก็จะมีบางเพลงที่มีกำหนดให้คุณต้องใส่เครดิตเจ้าของเพลงลงไปด้วย (เรื่องกฎต่างๆ สามารถอ่านได้ใน Youtube ได้เลย)

ถ้าอยากซื้อเพลงล่ะแพงไหม
แน่นอนว่าหากคุณต้องการใช้เพลงของศิลปินชื่อดัง ค่าลิขสิทธิ์คงไม่ธรรมดาแน่ๆ แต่สำหรับวิดีโอสินค้าหรือ Vlog ทั่วๆ ไปก็ใช้เพลงบรรเลงสำหรับประกอบคลิปวิดีโอก็พอ ซึ่งราคาของเพลงเหล่านี้ก็อยู่ในหลักร้อยเท่านั้นเอง สำหรับเว็บไซต์ที่คนนิยมดาวน์โหลดเพลงลิขสิทธิ์กันก็จะมีอย่าง Envato หรือไม่ก็ Sound Cloud ซึ่งราคาเพลงเหล่านี้จะตกอยู่ที่ประมาณ 300 – 1,000 บาท แล้วแต่เพลง

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่เริ่มทำวิดีโอสำหรับโซเชียลมีเดียล่ะก็ เราก็อยากจะแนะนำให้คุณดาวน์โหลดเพลงลิขสิทธิ์แบบฟรีมาใช้ก่อน จะได้ไม่เป็นการสิ้นเปลืองมากจนเกินไปอีกทั้งเพลงฟรีก็มีให้ดาวน์โหลดมากมายนับพันเพลง แล้วถ้าอยากอัปเกรดความโปรฯมากขึ้น ก็ค่อยหาซื้อเพลงที่ต้องการได้

 

Tips: สำหรับคนที่อยากได้เพลงแบบไม่มีลิขสิทธิ์ที่นอกเหนือจาก Youtube Audio Library แล้ว เทคนิคง่ายๆ สำหรับเพลงเพราะ แนวใหม่ๆ คือให้คุณเข้า Youtube จากนั้นเสิร์ชว่า No Copyrights Music แล้วลองเลือกดูเพลงที่ชอบ ซึ่งเพลงฟรีส่วนมากจะมีลิงก์ให้ดาวน์โหลดอยู่ตรงช่อง Description ได้ล่าง

Leave a Reply