5G กับจุดเปลี่ยนจากโลกใบเก่าสู่โลกยุคใหม่ที่แท้จริง

เมื่อสมัยตอนช่วงผันเปลี่ยนจากยุค 3G มา 4G เราอาจไม่เห็นความแตกต่างสักเท่าไหร่ แน่นอนล่ะสิ่งที่เห็นได้ชัดคือความเร็วอินเทอร์เน็ต จากเมื่อก่อนเราสามารถสื่อสารกันได้ด้วยเสียงเพียงอย่างเดียวพอมาเป็น 4G ก็สามารถวิดีโอคอลคุยกันได้แบบเห็นหน้า ซึ่งนั่นก็คือว่าเปลี่ยนโลกได้ในระดับนึง

แต่สำหรับ 5G ที่กำลังจะเริ่มใช้กันอย่างจริงจังในปี 2020 (สินค้าหลายอย่างเริ่มทำออกมาเพื่อรองรับระบบ 5G แล้ว) ที่จะมาถึงนั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ 5G กันก่อนว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร แล้วค่อยมาว่ากันถึงเรื่องความแตกต่างที่เรียกว่าทิ้งระยะแบบไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียวระหว่าง 5G กับระบบ 4G ในปัจจุบัน

5G คืออะไร?
5G หรือ 5th Generation เป็นอีกขั้นหนึ่งของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายแห่งโลกอนาคตซึ่งจะเข้ามามีบทบาทหน้าที่และดัน 4G ให้กลายเป็นเรื่องล้าหลังในพริบตา เนื่องจาก 5G นั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่มือถืออีกต่อไปแต่จะทำให้ IOT หรือ (Internet of things) ที่หลายๆ ธุรกิจบนโลกต่างเริ่มต้นเอาไว้ ให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบในที่สุด อย่างเช่นในปัจจุบันเราจะเห็นธุรกิจอสังหาฯ ต่างใช้ IOT นี้เข้ามาเป็นจุดขายเรื่องบ้าน คอนโดอัจริยะ สั่งงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ฯลฯ เจ้า 5G นี่ล่ะที่จะเข้ามาผสานข้อจำกัดต่างๆ ที่ปัจจุบันพบ หมายความว่าในอนาคตอุปกรณ์ทุกชิ้นอาจจะสามารถสั่งงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตัวของมันเอง ไม่ต้องใช้ตัวกลางหรือ Hub สำหรับเชื่อมต่อเหมือนทุกวันนี้

5G ต่างอย่างไร?
ก่อนอื่นเราขอไล่ไทม์ไลน์ของเทคโนโลยีแบบเร็วๆ ดังนี้
1G (เริ่มใช้ในปี 1982) – พูดคุยผ่านเสียงระบบอนาล็อก
2G (เริ่มใช้ในปี 1992) – เริ่มมีการส่งภาพผ่านระบบ MMS
3G (เริ่มใช้ในปี 2001) – สามารถใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือได้ (ด้วยความเร็ว 220 Kbps ถึง 42.2 Mbps)
4G (เริ่มใช้ในปี 2012) – สื่อสารผ่านวิดีโอคอล ดูภาพ เสียงหรือภาพยนต์ออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือได้ มีความเร็วให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 4G LTE (100 Mbps), LTE Advance (1 Gbps)

ส่วนความแตกต่างของ 5G ที่ทุกคนบนโลกกำลังจะได้ใช้จริงภายในปีหน้าที่จะมาถึงนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความเร็วของอินเทอร์เน็ตแต่สิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นคือการเปลี่ยนโลกซึ่งจะทำให้หลายอุตสาหกรรมตกที่นั่งลำบาก สิ่งที่ทำให้ 5G เหนือกว่า 4G คือการตอบสนองที่ไวกว่ามาก สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ที่ทำงานหรือขับเคลื่อนโดยอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว มีความหน่วงที่แทบจะจับสังเกตไม่ได้ ทั้งยังรองรับการรับ-ส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G หลายเท่า

ถ้าจะพูดถึงความเร็วของ 5G นั้นก็มีมากกว่า 4G ถึง 20 เท่า คือสามารถรับชมภาพยนต์แบบ 8K ออนไลน์ได้อย่างสบายๆ หรือสามารถดาวน์โหลดภาพยนต์สามมิติทั้งเรื่องได้ภายในระยะเวลาเพียง 6 วินาที นอกจากนี้ยังมีการเปิดใช้ความถี่ย่านใหม่บนเครือข่ายคือ 30GHz ซึ่งเป็นย่านที่ไม่เคยมีการใช้งานมาก่อนบนโลก รองรับการใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า จาก 4G ที่รองรับการใช้งานหนึ่งแสนคนต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร สำหรับ 5G เป็นหนึ่งล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร

หากท่านงงกับเรื่องตัวเลขเหล่านี้ก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่เราจะพูดต่อจากนี้จะทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นคือ ที่เรากล่าวไว้ข้างต้นว่าการมาของ 5G จะทำให้อุตสาหกรรมหลายอย่างต้องสั่นสะเทือน เพราะเมื่อมี 5G เข้ามาระบบและบริการออนไลน์ก็จะถูกพัฒนาและหลายๆ อย่างก็จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุตสาหกรรมที่น่าจะโดนผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อมก็จะมี อุตสาหกรรมการ์ดจอ อุตสาหกรรมสื่อวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ ดังบทความที่เราเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้เรื่องการเข้ามาของ Streaming สามารถอ่านได้ที่นี่

แต่ที่เราจะบอกคือไม่ต้องตกใจหรือตระหนกไป หากคุณสามารถปรับตัวได้ทันพร้อมรับกับเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกไปอีกขั้นหนึ่งได้ รับรองว่าธุรกิจของคุณจะไปได้สวยในโลกยุค 5.0 อย่างแน่นอน ดังนั้นท่องให้ขึ้นใจว่าโลกจะเปลี่ยนไปยังไง ฉันก็จะต้องตามให้ทัน!

Leave a Reply