สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ Line Official Account 2019

มีคนถามกันเข้ามาเยอะมากเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงในโปรเจค #LINERedesign ที่ได้มีการประกาศกันอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา วันนี้ทิปเลยขอมาสรุปสาระสำคัญๆและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังนี้นะคะ

#การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ อะไร?

LINE@ ควบรวมกับ LINE Official Account พูดง่ายๆ ก็คือ นับจากนี้จะไม่มีการแบ่งแยกระหว่าง LINE@ หรือ LINE Official Account อีกต่อไป ฟีเจอร์ใดที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเคยทำไม่ได้ในอดีต มาถึงตอนนี้จะสามารถทำได้ทั้งหมด เช่น แต่ก่อน LINE Official Account (โล่เขียว) ไม่สามารถแชท 1-1 ได้ ตอนนี้ก็สามารถทำได้แล้ว 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนจาก LINE@ ไปเป็น LINE Official Accountมีอะไรบ้าง

1. ฟีเจอร์ทุกฟีเจอร์จะเหมือนกันหมดในทุกแพคเกจ เริ่มตั้งแต่แพคเกจฟรีกันไปเลย พูดง่ายๆ ก็คือ แค่เปิดใช้งาน User ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ Rich Menu, Rich Video , Voice Message etc แบบเดียวกับที่แพคเกจแพงสุด (ซึ่งในตอนนี้คือ แพคเกจ 1,500 บาท) สามารถทำได้

2. ราคา Premium ID มีการปรับจากปีละ 200 บาท เป็นปีละ 444 บาท

3. ฟีเจอร์ 1-on-1 Chat สามารถแท็กชื่อลูกค้าได้ โดยลูกค้า 1 คน เราสามารถแท็กได้สูงสุดคือ 10 Tag ข้อดีคือ เวลาต้องการจะค้นหาลูกค้าคนไหน ก็สามารถจะค้นหาผ่าน Tag ที่ติดไว้ได้ 

4. มี Follower ได้ไม่จำกัด จากแบบเดิมที่เคยจำกัดอยู่ที่ 300,000 Target Reach ตอนนี้ สามารถมี Follower เท่าไหร่ก็ได้

5. การคิดจำนวนข้อความ จะคิดจากจำนวนครั้งที่บรอดคาสต์ คูณด้วยจำนวน Target Reach ซึ่ง 1 บรอดคาสต์เราส่งได้สูงสุด 3 บอลลูน (เก็บเกี่ยวโควต้าตรงนี้กันให้เต็มที่นะฮะ)

6. สามารถส่งข้อความแบบ Targeted Message ได้ตั้งแต่แพคเกจฟรีเลย อันนี้ดีงามมาก การเลือก Target ที่จะส่งก็สามารถเลือกได้จาก Friend Period, ระบบปฏิบัติการ, เพศ , อายุ ได้เหมือนเดิม

7. การจ่ายเงิน ( อันนี้คือ สิ่งที่หลายๆ คนอยากรู้) จะเป็นระบบการจ่ายเงินแบบ Pay-as-you-go คือ เหมาจ่ายได้ระดับหนึ่ง แต่หลังจากนั้น ใครใช้มากจ่ายมาก ใช้น้อยจ่ายน้อยนั่นเอง (แน่นอน อันนี้บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ เดี๋ยวเราจะมาคุยเรื่องนี้กันต่อไป)

8. แพคเกจมี 3 แพคเกจ คือ ฟรี, แพคเกจ 500 บาท (ส่งได้ไม่เกิน 2500 ข้อความ/เดือน) และ แพคเกจ 1,500 บาท (ส่งได้ไม่เกิน 10,000 ข้อความต่อเดือน)

9. กรณีที่เราซื้อแพคเกจ 500 บาท เวลาส่งข้อความเกิน ระบบจะคิดเงินข้อความละ 0.3 บาท (Fixed Rate) แต่หากเป็นแพคเกจ 1,500 บาท เวลาใช้ข้อความเกิน การคิดเงินจะคิดแบบ Progressive rate (เหมือนการคำนวนฐานภาษี) เริ่มต้นตั้งแต่ข้อความละ 0.1 บาท ยิ่งใช้มาก สเต็ปบนๆ จะยิ่งถูกลง อันนี้ซับซ้อนนิดหนึ่ง

แนะนำให้เข้าเว็ปของ Line Account Connect (ดูลิ้งค์ในคอมเมนท์นะคะ) จะมีให้เรากรอกจำนวนข้อความที่ต้องการจะใช้ แล้วระบบจะบอกมาเลยว่าเป็นเงินเท่าไหร่

10. การจ่ายเงิน จะเป็นการจ่ายหลังใช้ เก็บตามจริง พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเราบรอดหน้ามืด ไม่คิดให้ดี ตอนเจอบิลเรียกเก็บเงิน ก็อาจจะหน้ามืดเหมือนกัน ดังนั้น บรอดไม่คิด ไม่ได้ละนะจ๊ะ

11. โล่เทา โล่น้ำเงิน โล่เขียว ยังมีเหมือนเดิม เราเรียกเค้าว่า บัญชีทั่วไป บัญชีรับรอง และ บัญชีพรีเมี่ยมตามลำดับ โล่น้ำเงินมีข้อดีกว่าโล่เทาในแง่การ Search เจอง่าย , มีโปสเตอร์คาแรคเตอร์ให้ใช้เหมือนเดิม , ค้นเจอใน Nearby etc

12. สร้างสติ๊กเกอร์ได้ เย่ๆๆ แต่อาจจะแพง ไม่น่าจะเหมาะกับ SME ตัวน้อยๆ รอซักระยะก่อนจะดีกว่า ระหว่างนี้ใช้ถ้าอยากทำจริงๆ ใช้บริการ Creator Market ไปก่อนน้า

13. ระบบใหม่ เป็นระบบเปิด สามารถเชื่อมต่อ API ได้แบบอลังการ ใครที่อยากจะทำ Personalized Message, ส่งอีเมลยืนยันการจองตั๋ว , ทำระบบ CRM ต่างๆ ( เหมือนแบบ SCB Connect) หรือจะเชือมต่อ Chat bot ตอนนี้ทำได้แบบสบายมากๆ (เหล่า Developer มีเฮกันไป)

14. มี Preview ให้ดูแบบ Real Time เวลาจะพิมพ์อะไร ส่งอะไร ก็สามารถดูหน้าตาข้อความของเราพร้อมๆกันตอนนั้นได้เลย สะดวกมากๆ

15. UX/UI ดีขึ้น สวยงามและใช้งานง่ายขึ้นมาก

16. การดูสถิติต่างๆ ดูได้ละเอียดมากขึ้น อันนี้น่าจะมีประโยชน์มากต่อการนำมาวิเคราะห์แคมเปญต่างๆที่เราทำว่าได้รับผลตอบรับดีแค่ไหน 

ราคาแพคเกจแพงมากเลย ทำอย่างไรดี?

1. ใช้ประโยชน์จากการ Targeted Message ให้มาก : จากเดิมเราอาจจะเคยชินกับการเอะอะบรอด เอะอะบรอด (ซึ่งแน่นอน ทุก Broadcast = Block) วันนี้ เจ้าของธุรกิจคงจะต้องมีการออกแบบข้อความที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มให้มากขึ้น เพราะยิ่งโควต้าเราน้อย การส่งแต่ละครั้งย่อมจะต้องมี Relevancy ที่สูงขึ้น การส่งนั้นจึงจะเป็นการส่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ใช้ประโยชน์จากหน้า Timeline : เนื่องจาก Timeline คือ พื้นที่ ๆสามารถโพสต์ได้ไม่จำกัด และไม่ถูกคิดเงิน ดังนั้น การโปรโมทให้ลูกค้า เข้าไปชมรายละเอียดต่างๆของร้านบนหน้า Timeline ก็ดูจะเป็นทางออกที่ดีไม่น้อย

3. Rich Menu ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ในการให้รายละเอียดต่างๆ กับลูกค้ามากขึ้น ต้องให้ความสำคัญกับส่วนนี้ให้มากๆ อัพเดทหน้าตา อัพเดทข้อมูลอยู่เสมอ จะช่วยให้ร้านเราดู Fresh อยู่ตลอดเวลา 

แล้ว LINE Official Account เดิมจะเป็นอย่างไร?

LINE Official Account ที่เป็นโล่เขียวเดิม ก็จะมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้ใช้เยอะขึ้น ที่สำคัญ ก็อย่างการแชท 1-on-1 แต่แน่นอน ด้วยจำนวน Follower มหาศาล ถ้าไม่อยากมานั่งตอบจริงๆ ก็สามารถเปิด Auto Response แทนได้เช่นกัน นอกจากนี้ หากอยากทำระบบแบบ Business Connect สมัยก่อน ก็ไม่ต้องจ่ายแพงมากเท่าเดิมอีกต่อไป (แต่อย่าพึ่งไปห่วงพวกเค้าเลย ห่วงตัวเราเองดีกว่า T T)

อยากเริ่มใช้ Line Official Account ใหม่ เริ่มได้เมื่อไหร่?

สามารถสมัครใช้งานได้ในเวปไซต์และในมือถือระบบ Andriod (IOS รอนิดนึงนะคะ มาแน่ๆ) ส่วนคนที่มีแอคเคานท์ Line@ เดิมอยู่แล้ว จะมีปุ่มทยอยให้เราสามารถย้ายไปใช้ LINE Official Account ใหม่ได้ตั้งแต่ 8 พค เป็นต้นไป และคาดว่าปุ่มนี้จะขึ้นครบทุกคนในช่วงประมาณวันที่ 22 พค ซึ่งเราจะมีสิทธ์จะกดหรือไม่กดก็ได้ แต่ถ้าไม่กด ก็จะถูกย้ายอัตโนมัติในปลายเดือน กย ค่ะ

อัพเดทกันประมาณนี้ก่อน ยังไงก็เป็นกำลังใจให้กับเจ้าของธุรกิจน้า ปรับตัวให้ไว ปรับใจให้ได้ อะไรจะเปลี่ยนไปอย่างไร เราก็ยังต้องเดินหน้ากันต่อเนอะ สู้ๆนะคะ ^^

#LineRedesign #LineOfficialAccount #LineAccountConnect #DigitalTips

Leave a Reply